Links


Share
Categories :  Tags : เชฟ , อิ๊ก , บริบูรณ์ , บรรณ , ทำอาหาร
By mumuustory, 2010-10-26 16:59:23, 1 comments , แสดงไปแล้ว ครั้ง
พ่อครัว: อิ๊ก-บรรณ บริบูรณ์ 
"การเป็น chef ไม่ใช่แค่รสชาติอย่างเดียว แต่มันต้องใช้ได้ด้วย การทำอาหารคือศิลปะที่ทานได้"
story by : Mickeymumu
photo by : Sjuab
 
                 อาหารจานหนึ่งใครคิดว่าเป็นแค่เพียงอาหารเท่านั้น กว่าจะผ่านความพิถีพิถันในการคัดเลือกวัตถุดิบ และการใส่ใจในแต่ละขั้นตอนการผลิตนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เหมือนอาหารสำเร็จรูป สำหรับหนุ่มคนนี้แล้ว อาหารเหมือนการก่อสร้างสิ่งใหม่ๆ เพื่อผู้ชิมและก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าของเค้า แล้ววันนี้เค้าก็พร้อมที่จะมานั่งคุยกับเราเรื่องเส้นทางสายอาชีพที่น่าสนใจอาชีพนี้ให้พวกเราได้ติดตามกัน
                  คุณบรรณ บริบูรณ์ หนุ่มหล่อ อารมณ์สบายๆ ที่หลายๆ คนคงคุ้นหน้าคุ้นตาเค้ามาแล้วจากการประกวดหนุ่มบนเวทีหนุ่มคลีโอ ซึ่งวันนี้เค้าก็สละเวลามานั่งคุย ให้เราได้รู้เรื่องการทำอาหารของเค้า
                  เขาเริ่มชอบทำอาหารมาตั้งแต่แด็กๆ “ก็เริ่มรู้ตัวว่าชอบการทำอาหารตั้งแต่ที่พี่เลี้ยงบอกจะทำให้ แล้วเราบอกว่าเราอยากทำเอง อยากต้มไข่เอง เจียวไข่เอง ผมว่าการทำอาหารเป็นเหมือนการสร้างอะไรบางอย่างจากวัตถุดิบหลายๆ อย่าง” และมีอาหารจานแรก อย่างสปาเก็ตตี้คาโปนาลาที่ถึงแม้ว่าจะออกมาไม่เหมือนกับที่ตั้งใจไว้ซักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นแรงบันดาลใจต่อมาในอนาคต”ไปทานอาหารมาจากข้างนอกครับ แล้วมาเปิดตู้เย็นที่บ้านดูก็มีของครบ คงไม่น่าจะยาก แต่ปรากฏว่าพอเสร็จออกมาแล้วติดกระทะเต็มไปหมดเลยครับ ก็พอทานได้ แต่อีกครึ่งหนึ่งก็ติดไปบนกระทะเรียบร้อยแล้วครับ (หัวเราะ)”
                  สำหรับเขาแล้วการทำอาหารนั้นคล้ายกับการก่อสร้างที่ไม่ได้เพียงพอแค่ความสวยงามแต่ต้องอยู่ที่ส่วนประกอบอื่นๆ อีกด้วย “พี่ด้วง-ดวงฤทธิ์ บุนนาค เคยบอกผมว่า การเป็นสถาปนิกเหมือนการเป็น chef มากๆ เพราะมันไม่ใช่แค่รสชาติอย่างเดียว แต่มันต้องใช้ได้ด้วย แล้วมันก็เป็นศิลปะ เพราะฉะนั้นการทำอาหารก็เป็นศิลปะที่ทานได้”
                   สไตล์การทำอาหารของหนุ่มอิ๊กเป็นสไตล์ที่ยังเป็นแบบอนุรักษ์ของเก่าแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องทำตามสูตรดั้งเดิมซะจนลืมความเป็นตัวเอง “ส่วนใหญ่ผมเป็นคนที่ชอบทำอาหารแบบไม่เน้นประยุกต์ แต่จะทำออกมาให้เป็นสูตรของเรา อย่างเช่น สปาเก็ตตี้คาโปนาลา เป็นสูตรที่ค่อนข้างกว้าง บางคนใส่เห็ด บางคนก็ไม่ใส่ บางคนใส่เบคอนกรอบ บางคนใช้แฮม แต่ว่าคาโปนาลาของเราเป็นอย่างไร แล้วก็คิดมาตรฐานของสูตรของเราเองเอาไว้”
                 จุดเริ่มต้นของการเป็น Headchef ก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่เขาได้มาและเมื่อได้ทำแล้วเขาก็มีความสุขกับงานที่ได้รับมอบหมายและทำมันอย่างเต็มความสามารถ “’งานเฮดเชพเริ่มประมาณปีที่แล้ว ผมเจอพี่จอมที่เค้าทำวานิลลาวิลลา แล้วเค้าเป็นรุ่นพี่ที่สนิทกับครอบครัว เค้ารู้ว่าผมจบด้านนี้มา เลยชวนมาคิดเมนู เขาก็อาจจะต้องการไอเดียใหม่ๆ เข้ามา ผมก็โอเค อยากทำ ไปทำอาหารให้เค้าดู เสร็จแล้วก็เริ่มมาทำเมนูให้ แล้วก็เข้ามาดูในส่วนของห้องครัว ส่วนใหญ่ก็เป็นที่เพลกราวครับ เพราะอาหารที่นี่จะเยอะ แล้วเวลาที่เราทำอาหารออกมาแล้วมีคนชอบเนี่ย มันก็ชื่นใจว่า เราทำเมนูขึ้นมามีคนหลายๆ คนเคยรับประทานแล้วชอบ มันก็ภูมิใจครับ”
                  สำหรับในการทำงานกับอาหารแบบนี้แล้ว ถ้าในต่างประเทศก็ไม่ได้มาง่ายๆ แน่นอน “กว่าเค้าจะเป็นเฮดเชพเนีย ที่เมืองนอกการเป็นเฮดเชพมันยากมาก อิ๊กได้เปรียบเพราะที่เมืองไทย ไม่ค่อยมีคนที่เชี่ยวชาญอาหารฝรั่งเท่าไร แต่ที่เมืองนอกคนที่ทำแบบผมได้มีทั่วไป เพราะฉะนั้นการจะได้เป็นเฮดเชพมันยากมาก ทำงานตั้งแต่อายุ 16 กว่าจะได้เป็น ต้องทำมาตลอดเป็นสิบๆ ปี ทำทุกอย่าง ตั้งแต่ล้างจนถึงขั้นบน ไต่เต้า ต้องใจเย็นๆ ต้องมีความอดทน แรงกดดันในครัวบางทีมันค่อนข้างสูง คนอาจจะไม่รู้ คิดว่าทำอาหารมันชิว แต่จริงๆ ถ้าทำเป็นอาชีพแล้วมันไม่ใช่ โดยเฉพาะที่เมืองนอกหรือตามโรงแรม เวลามันเร่งมันเร่งจริงๆ ทุกอย่างทำเป็นขั้นตอน เพื่อนทำนี่ เราทำนี่ แล้วมาประกอบกันให้เสร็จ มันเหมือนเป็นหน้าที่ ถ้าเราทำไม่เสร็จ ก็เป็นภาระให้เพื่อนด้วย แล้วงานออกมาก็จะไม่เสร็จ คนเสิร์ฟก็ถูกต่อว่า มันจะต่อเนื่องกันแบบนี้ เพราะฉะนั้นเรามีความกดดัน ต้องรับให้ได้และอดทน”
                    นอกจากงานทำอาหารแล้วความใฝ่ฝันของเค้าอีกหนึ่งอย่างนั่นก็เป็นการทำรายการอาหารที่จุดประกายความอยากทำอาหารให้กับผู้ชม ซึ่งตอนนี้ความฝันของเขาก็ออกมาเป็นรูปเป็นร่างตามหน้าจอโทรทัศน์แล้วซะด้วย “รายการนี้จริงๆ ไม่เน้นเรื่องอาหารขนาดนั้น ถือว่าอยากให้คนดู ดูแล้วเข้าใจ ไม่ต้องคนที่ทำอาหารเป็น แต่ดูแล้วเข้าใจว่าแรงบันดาลใจมันมาจากไหน อยากให้คนที่ดูแล้ว ดูแล้วอยากทำอาหาร ดูแล้วเค้ารู้สึกอันนี้น่าสนใจ อยากลองทำดู ผมอยากให้ทุกคนทำอาหารกันมากขึ้น คืออย่างวันศุกร์ตอนกลางคืนแทนที่จะออกไปเที่ยวหรืออะไร ก็อาจจะจัดไปปาร์ตี้ดินเนอร์ที่บ้าน เป็นกิจกรรมหนึ่งที่คนน่าจะทำมากขึ้น ช่วยกันทำอาหาร”
   
                      ทำงานแบบนี้เจ้าตัวบอกว่า ไม่เหนื่อยเลย เพราะทุกๆ วันที่ทำงาน นั่นก็คือความสนุกอยู่แล้ว “เวลาทำงานก็enjoy กับงานอยู่แล้ว ก็ได้เจอคนหลายๆ ประเภท หลายๆ แบบ ผมชอบคุยกับคน ก็คุยว่าแบบเป็นไง มาไง มุมมองของเค้าในเรื่องต่างๆ เป็นยังไง มันก็สนุกดี มันก็ไม่เหมือนกับทำงาน เป็นพักผ่อนด้วยเหมือนกัน”
   
                       สุดท้ายนี้คุณอิ๊กก็มีข้อคิดดีๆ ที่สำหรับน้องๆ ที่สนใจการทำอาหาร “ฝากถึงน้องๆ ที่ชอบและอยากเรียนทำอาหารจริงๆ ถ้าแบบอยากไปเรียน ผมว่าไม่จำเป็นต้องแพง แต่ว่า มันอาจจะต้องเก็บประสบการณ์เยอะๆ ไปทำตามร้านอาหารต่างๆ หลายประเภท คล้ายๆ กับ เหมือนคนเล่นดนตรี ก็เล่นกีต้าร์เริ่มจากแนวเพลงหลายๆ เพลง แล้วเราจะสามารถมาสร้างสรรค์อะไรที่เป็นตัวของเราได้ ว่าเราชอบทางไหน ทำอาหารก็เหมือนกัน ไปทำอาหารไทยบ้าง อาหารฝรั่งบ้าง ทำขนมบ้าง ไปเป็นFood stylishบ้าง แล้วเราจะได้รู้จัก หลายๆ มุมมอง เชคจากหลายๆ ด้านมันจะทำให้เราเก่ง แล้วก็อยากให้อดทนใจเย็นๆ กับมัน เป็นหนทางยาว ไม่เหมือนดาราที่พอดังก็เปรี้ยงปร้างได้เลยครับแต่งานนี้ค่อยๆ ขึ้นไป แต่มันสามารถอยู่ได้นานแสนนาน”

Comments

Avatar

getcool

hi..................
ความคิดเห็นเมื่อ : about 1 year
กรุณาล็อกอิน หรือ คลิก เพื่อทำการสมัครสมาชิก Truelife

คุณต้องการลบความคิดเห็นนี้จริงหรือไม่